Singapore

1 ในประเทศที่มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก และมีเด็กไทยนิยมไปเรียนต่อเป็นจำนวนมาก เนื่องจากอยู่ใกล้ประเทศไทย และเนื่องจากสิงค์โปร์เป็นประเทศที่พัฒนาในทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ การศึกษา ทำให้มีสถาบันที่มีชื่อเสียงในหลายประเทศเข้ามาตั้งวิทยาเขตที่นี่ด้วย นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยในสิงค์โปร์เองก็มีติดอันดับของโลกและเอเซียด้วย จึงมั่นใจได้ว่ามาตรฐานการเรียนการสอนไม่ด้อยกว่าประเทศทางฝั่งยุโรป

Why Singapore?

สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีความเป็นสากลมากๆ  มีระบบการเรียนการศึกษาที่มีมาตรฐานสูง เข้มข้นเทียบเท่ากับอเมริกา, อังกฤษ, ออสเตรเลีย และอื่นๆ  สถาบันการศึกษาของสิงคโปร์ก็ได้รับการจัดอันดับ และติดในระดับท๊อปๆ ของโลก และมีอยู่ในอันดับ 2และ 3 ของเอเซียด้วย นอกจากนี้ ก็มีสถาบันจากประเทศอื่นๆ ทั่วโลก เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย ไอร์แลนด์ และอื่นๆ มีวิทยาเขตที่นี่ด้วย หลักสูตรมีความยืดหยุ่นและปรับโครงสร้างเวลาการเรียน จึงสามารถจบการศึกษาในทุกระดับได้เร็วกว่าเรียนในประเทศอื่นๆ จึงมีนักเรียนต่างชาติสนใจเข้ามาเรียนที่สิงคโปร์อย่างต่อเนื่องทุกปี ด้วยจำนวนตัวเลขนักเรียนต่างชาติ 200,000 คน นอกจากความรู้แล้ว ยังได้ connection ที่ดีในสายวิชาชีพเดียวกันด้วย ทั้งนี้ ผู้ปกครองและนักเรียนไทยก็เลือกเรียนที่สิงคโปร์เนื่องจากใกล้ประเทศไทย การเดินทางไปกลับสะดวกกว่า และอาจได้พ่วงทักษะภาษาจีนกลับมาด้วย

Singapore Education System

สำหรับเด็กอายุน้อยกว่า 7 ขวบ ซึ่งรวมทั้ง ศูนย์ดูแลเด็ก และโรงเรียนอนุบาล ซึ่งปกติแล้ว การศึกษาส่วนนี้ ดำเนินการโดยเอกชน การเรียนช่วงนี้จะเป็นการส่งเสริมเด็กด้านการสร้างความมั๋นใจ  ทักษะการเรียนรู้สังคม และพัฒนาพื้นฐานด้านการเขียนและการคำนวณ

สำหรับอายุ 7 ขวบขึ้นไป เป็นการศึกษาภาคบังคับของชาวสิงคโปร์ ต้องเข้าเรียนระดับประถมศึกษา ใช้เวลาเรียน 6 ปี แบ่งเป็น Foundation stage 4ปี และ Orientation stage 2ปี โดยจะต้องสอบให้ผ่าน PSLE ก่อนเข้าสู่ช่วง Secondary Education

โดยปกติแล้ว การศึกษาขั้นนี้ จะใช้เวลาเรียนประมาณ 4-5 ปี ซึ่งคะแนนสอบ PSLE จะช่วยในเรื่องการกำหนดแนวทางการศึกษาต่อไปในการเรียนระบบ GCE ‘O’ Level และหลังจากการสอบได้คะแนน ‘O’ Level จะใช้คะแนนเพื่อเข้าสู่ช่วง pre-university ต่อไป

แบ่งเป็น Junior College และ Polytechnics สำหรับ Junior College ใช้เวลา 2 ปี หรือ 3 ปีเพื่อสอบ GCE ‘A’ Level ส่วน Polytechnics เป็นหลักสูตรประกาศนียบัตร 3 ปี ซึ่งมีวิชาชีพที่หลากหลายโดยทั้งหมดเป็นหลักสูตรที่เน้นการปฏิบัติพร้อมทำงานทันทีเมื่อจบ

สิงคโปร์มีมหาวิทยาลัยรัฐ 6 แห่ง และ 2 ใน 6 อยู่ใน Top 50 มหาวิทยาลัยโลก นอกจากนี้ ยังมีมหาวิทยาลัยของรัฐหรือเอกชนชั้นนำระดับโลกจากหลายประเทศ เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย ไอร์แลนด์ ที่มีวิทยาเขตที่นี่ และสามารถสำเร็จการศึกษาได้เร็วขึ้นจากเวลาปกติได้

Expense

ค่าเทอมขึ้นอยู่กับ ประเภทของสถาบัน และหลักสูตรที่เลือก ค่าเทอมของสิงคโปร์อาจจะดูสูงกว่าประเทศโดยรอบ แต่มหาวิทยาลัยรัฐของสิงคโปร์จะมีค่าเทอมถูกกว่าของเอกชน หรือ ของรัฐแต่จากประเทศอื่น

ตัวเลขประมาณการค่าใช้จ่ายรายปี สำหรับนักศึกษาปริญญาตรี (2018/19)

ระดับโรงเรียน

0
Singapore Dollars / Year

ระดับปริญญาตรี

0
Singapore Dollars / Year

ระดับปริญญาโท

0
Singapore Dollars / Year

ค่าใช้จ่ายประจำวัน

10000
Singapore Dollars / Year

How to Apply

1. หาข้อมูล เลือกสถาบัน Requirement and condition

กรณีต้องการสมัครเรียนกับมหาวิทยาลัยของรัฐ สามารถสมัครได้โดยตรง แต่ในกรณีสนใจเรียนต่อกับมหาวิทยาลัยที่เป็นวิทยาเขตจากสถาบันชั้นนำ ของ อังกฤษ ออสเตรเลีย หรือ ไอร์แลนด์ สามารถสอบถาม ProInterEd เพื่อประสานงานเตรียมเอกสารและยื่นใบสมัครให้ได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

2. เอกสารการสมัคร

ส่วนใหญ่แล้ว เอกสารการสมัครพื้นฐานจะใกล้เคียงกัน ได้แก่ สำเนาพาสปอร์ตเล่มปัจจุบัน ประกาศนียบัตรจบการศึกษา ใบผลการเรียน Transcript ผลทดสอบภาษาอังกฤษ

3.ยื่นใบสมัคร Apply

ควรกำหนดตารางเวลาและแผนการเรียนให้ดี การยื่นใบสมัครจะต้องเผื่อเวลาสำหรับการยื่น student pass ด้วย ซึ่งควรยื่นอย่างน้อย 1 เดือน ก่อนเปิดเทอม1 ควรเผื่อเวลาสำหรับกรณีอาจมีเพิ่มการทดสอบก่อนเข้าจากสถาบัน อย่างไรก็ดี ควรยื่นใบสมัครให้เสร็จก่อนกำหนดปิดรับ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ขึ้นไป

4.รอแจ้งการตอบรับ

อาจติดตามผล 2 เดือนหลังวันปิดรับสมัครและยังไม่มีความคืบหน้าหรือแจ้งอะไร เมื่อได้ใบตอบรับ ให้ดำเนินการทำ student pass ต่อไป กรณีให้ ProInterEd เป็นผู้ดูแลยื่นใบสมัครให้ ทางเราจะเป็นผู้ติดตามและแจ้งความคืบหน้าให้ทราบทุกระยะ

Visa

ขั้นตอนและเอกสารในการขอวีซ่านักเรียน

ถึงแม้ว่าคนไทยที่เดินทางไปสิงคโปร์ ไม่ต้องขอวีซ่า แต่กรณีนักเรียนที่ไปเรียนเป็นหลักสูตรเกิน 30 วันขึ้นไป ซึ่งก็คือหลักสูตรเรียนปกติในระดับต่างๆ ต้องขอ Student Pass หรือ Student Visa ด้วย โดยเอกสารสำคัญคือ admission notice จากสถาบันที่เราสมัครเรียน ซึ่งต้องทำก่อนเปิดเรียนอย่างน้อย 1 เดือน และไม่นานกว่า 2 เดือน นักเรียนที่ถือ Student Pass สามารถทำงาน Part time ได้ 16 ชม. โดยไม่ต้องยื่นขอ Work หรือ Employment Pass

เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นขอวีซ่านักเรียน
  1. สำเนาหนังสือเดินทาง มีอายุหลือมากกว่า 6 เดือนหลังเดินทาง
  2. รูปถ่ายสี หรือ ขาวดำ ขนาด 2” พื้นหลังสีขาว จำนวน 6 ใบ
  3. หนังสือตอบรับการเข้าเรียน จากสถาบันที่สมัคร
  4. Study Plan พร้อมลงนามให้เรียบร้อย
  5. ใบตรวจสุขภาพ
  6. ผลทดสอบภาษาอังกฤษ ( GRE, GMAT, TOEFL, IELTS )
  7. สูติบัตร ฉบับแปลและรับรอง
  8. สำเนาทะเบียนบ้าน เด็กและ ผู้ปกครอง
  9. ใบเปลี่ยนชื่อ นามสกุล (ถ้ามี) ฉบับแปลและรับรอง
  10. ประกาศนียบัตรจบการศึกษา และ ใบผลการเรียน Transcript ฉบับภาษาอังกฤษ ถ้าเป็นฉบับแปลจากภาษาไทยต้องลงนามรับรองจากสถาบันศึกษา
  11. หลักฐานบิดา มารดา สำเนาพาสปอร์ต ใบสมรส ฉบับแปลและรับรอง
  12. แบบฟอร์มขอวีซ่า ลงนามเรียบร้อย